จากเชียงของสู่หลวงพระบาง
ในยามเช้าที่สายลมหนาวแผ่วพลิ้ว อากาศเย็นสดชื่น ฉันตื่นขึ้นมาแต่เช้า เตรียมสัมภาระเดินทางไกล สู่เมืองหลวงพระบาง
ทัศนียภาพสองฝั่งฟากหลากไหลเข้าสู่คลองสายตาไม่หยุดยั้ง เกาะแก่งปรากฏโดดเด่นกลางลำน้ำ หาดทรายทอดยาวขาวเนียน หมู่บ้านริมฝั่งน้ำ ฝูงปศุสัตว์ของชาวบ้านท่ามกลางป่าเขาเขียวครึ้ม คนลาวมีวิถีชีวิตอิงแอบอยู่กับแม่น้ำอย่างแท้จริง ตั้งแต่การอาบ ซักล้างและดื่มกิน การทำเกษตรริมโขง ชาวบ้านทอดแหหาปลาอยู่ตามฝั่ง บ้างลอยเรือใส่แน่ง ตกสอด ไหลมอง อีกทั้งยังพบเห็นเครื่องมือหาปลาอยู่ตามเกาะแก่ง จำพวกเบ็ดค่าว ไซลั่น และมองยัง
หมู่บ้านหลายแห่งยังมีการร่อนทองกันอยู่ ชาวบ้านพากันมาร่อนทองอยู่ริมฝั่งน้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นแม่หญิงและเด็กๆ จึงทำให้มองเห็นว่า มิใช่เพียงสรรพสัตว์เท่านั้นที่ต้องพึ่งพิงสายน้ำ มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน จึงไม่แปลกกับถ้อยคำที่ว่า สายน้ำมีชีวิต
สายน้ำยังคงไหลเรียบเรื่อย ไหลไปสู่หลวงพระบาง ไหลไปสู่คอนพะเพ็ง ไหลไปสู่ลุ่มทะเลสาบเขมร ไหลไปสู่ทะเลจีนใต้ของเวียดนาม สายน้ำไหลไปหล่อเลี้ยงชีวิต เรียบง่ายเช่นเดียวกับวิถีชีวิตของผู้คนริมสองฟากฝั่ง เอื้ออาทรต่อทุกมวลชีวิต มิเคยแบ่งแยกแบ่งปัน เช่นเดียวกับดวงตะวันเอื้อแสงอบอุ่นแก่สรรพสิ่งบนโลก แสงจันทร์เอื้อความสงบเย็นแก่สรรพชีวิต หรือมีเพียงหัวใจของธรรมชาติเท่านั้น เอื้ออาทรต่อเราได้ถึงเพียงนี้.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น