เสียงจักจั่น
ยามวันอันสดกระจ่างกลางฤดูร้อนขับให้แม่น้ำมีสีแดงปลั่ง สายลมแทบไม่กระดิกไหว สรรพสิ่งนิ่งงันราวกับไร้สิ่งมีชีวิต ในฉับพลัน ความเงียบงันได้ถูกโยกไหวด้วยบทเพลงของจักจั่น
ราวกับรอคอยมาแสนนาน ทันทีที่บทโหมโรงของจักจั่นตัวแรกบรรเลง สายลมแผ่วเบาพัดโชยเข้ามาโยกไหวใบไม้ราววาทยากรผู้ให้สัญญาณ ตัวที่สอง สาม สี่ เริ่มบรรเลงคลอ จากนั้นบทเพลงเริ่มกระหึ่มดังจากทุกทิศทุกทาง จากต้นไม้ทุกต้นในละแวกนี้ เสียงค่อยๆ ดังขึ้นและแผ่วเบา บางครั้งเร่งเร้าและเนิบเนือย บางครั้งเงียบหายและดังขึ้นอีกครั้ง ไม่ต่างจากวงออเคสตร้าวงใหญ่ของธรรมชาติ
บทเพลงแห่งจักจั่นถูกบรรเลงวันแล้ววันเล่า ท่ามกลางอากาศร้อนในฤดูแห่งการผ่อนพัก ขับกล่อมแม่น้ำและผืนดิน ร่ำร้องหาสายฝนในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น